0 2874 8152-4 0 2874 8070 hello.scpile@gmail.com



About us | Company Profile | Standard | Services | Bored Pile Knowledge | Contact
 
Bored Pile Knowledge

ข้อมูลทั่วไปของเสาเข็มเจาะสามขาระบบแห้ง (Dry Process of Tripod Rid Bored Pile)
เสาเข็มเจาะระบบ Dry Process of Tripod Rid Bored Pile เป็นระบบที่เหมาะสมกับบริเวณที่มีพื้นที่จำกัด เช่น ภายในอาคาร งานต่อเติม หรือบริเวณที่มีอาคารข้างเคียงหนาแน่น ซึ่งอาจกระทบกระเทือนได้จากการทำฐานราก เสาเข็มเจาะเป็นระบบที่มีแรงสั่นสะเทือนค่อนข้างต่ำ อีกทั้งมีอุปกรณ์ซึ่งมีขนาดเล็ก มีความคล่องตัวสูง

ขั้นตอนการเจาะเสาเข็มของบริษัท (Bored Pile Working Process)
ขั้นตอนการดำเนินงานเข็มเจาะ อาจแบ่งได้เป็น 8 ขั้นตอน ดังนี้

1. กำหนดจุดเจาะ โดยการวัดด้วยระบบออฟเซต (Offset Pins)
เมื่อจะทำการก่อสร้างหรือติดตั้งปลอกชั่วคราวในตำแหน่งหมุดที่กำหนด ให้อยู่ในพิกัดความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ จะทำการติดตั้งหมุดเปรียบเทียบ (Offset Pins) เอาไว้ก่อนการถอนหมุดตำแหน่งเดิม เพื่อใช้เป็นหมุดอ้างอิงให้มั่นใจได้ว่า สามารถควบคุมความเที่ยงตรงของตำแหน่งปลอกชั่วคราว หรือหลุมเจาะให้อยู่ในตำแหน่งได้มากที่สุด


2. ลงปอกเหล็กชั่วคราว
หลังจากได้ตำแหน่งที่แน่นอนแล้ว ใช้ลูกตุ้มเหล็กน้ำหนัก 700 – 800 กิโลกรัม ตอกปลอกเหล็กชั่วคราวซึ่งมีความยาว 1.20 – 1.50 เมตรลงดิน โดยแต่ละท่อน ๆ จะยึดกันด้วยเกลียว โดยจะตอกลงไปจนถึงระดับชั้นดินที่มีความแข็งแรงเพียงพอ ที่จะป้องกันดินไม่ให้ไถลลงมาในหลุมที่จะขุดเจาะ ในขณะลงปลอกเหล็ก จะทำการตรวจสอบค่าความเบี่ยงเบนแนวราบและแนวดิ่ง ซึ่งมีค่าที่ยอมรับได้คือ
- ความเบี่ยนเบนแนวราบ 5 เซนติเมตร สำหรับเสาเข็มเดี่ยว และ 7 เซนติเมตร สำหรับเสาเข็มกลุ่ม
- ความเบี่ยนเบนแนวดิ่ง 1:100 โดยรวม


3. ทำการขุดเจาะดินด้วยตัวตักดิน
ใช้ตัวตักดิน (Bucket) ขุดเจาะเอาดินในปอกเหล็กชั่วคราวออก จนถึงระดับความลึกที่ต้องการ ทำการตรวจวัดระดับความลึกก้นหลุมด้วยเทปวัด ก่อนดำเนินการขั้นตอนต่อไป


4. ปรับสภาพดินก้นหลุม
เมื่อขุดดินออกได้ระดับที่ต้องการแล้ว จะทำการปรับสภาพดินก้นหลุมโดยการเทคอนกรีตแห้ง (อัตราส่วน 1:2:4) ประมาณ 0.15 – 0.25 ลูกบาศก์เมตร แล้วกระทุ้งด้วยลูกตุ้มจนแน่น เป็นการเพิ่ม Bearing Capacity และลด Settlement ของเสาเข็ม แต่ในบางแห่งซึ่งลักษณะดินมีปริมาณน้ำใต้ดินสูง จะตัดขั้นตอนนี้ออกไป เนื่องจากการกระทุ้งบดอัด อาจทำให้น้ำใต้ดินไหลเข้าสู่หลุมเจาะได้มากขึ้น



5. ใส่เหล็กเสริม

นำเหล็กเสริมที่เตรียมพร้อมไว้ มาต่อกันโดยวิธีทาบต่อโดยวิธีต่อทาบ มีระยะการต่อทาบของเหล็กในแต่ละวงเป็น 40 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็ก ตามมาตรฐาน วสท. และมีระยะห่างระหว่างเหล็กปลอกไม่เกิน 0.20 เมตร โดยยกให้ปลายเหล็กพ้นจากก้นหลุมประมาณ 0.50 เมตร เพื่อประคองโครงเหล็กให้อยู่ตรงกลางหลุมเจาะ จะต้องใส่ลูกปูน (Mortar) กันไว้เป็นระยะ โดยให้มีระยะห่าง (Covering) ไม่น้อยกว่า 7.5 เซนติเมตรโดยรอบ


6. เทคอนกรีต
เทคอนกรีตผ่านกรวย (Hopper) เพื่อให้คอนกรีตหล่นลงตรงกลางหลุม ไม่ประทะผนังรูเจาะ ซึ่งจะช่วยลดการแยกตัวของคอนกรีตได้มาก และเพื่อให้เกิด Self Compaction จึงควบคุมค่า Slump Test ให้อยู่ในช่วง 10.00 – 12.50 เซนติเมตร เทคอนกรีตลงหลุมเจาะ โดยให้มีปริมาณเต็มหรือเกือบเต็ม ก่อนจะทำการถอนปลอกเหล็ก เพื่อให้เห็นความต่อเนื่องและมองเห็นสภาพการยุบตัวของคอนกรีตได้ชัดเจน เป็นการตรวจสอบได้ระดับหนึ่งว่าเสาเข็มมีความสมบูรณ์ตลอดความยาว


7. ถอนปลอกเหล็ก
ถอนปลอกเหล็ก หรือ Casing ขึ้นทีละท่อน โดยขณะดำเนินการต้องระวังให้มีคอนกรีตอยู่ใน Casing ตลอดเวลา เพื่อมิให้ดินรอบข้างบีบตัวจนทำให้ขนาดเสาเข็มเปลี่ยน หรือน้ำใต้ดินไหลเข้ามาในรูเจาะ เมื่อคอนกรีตยุบตัวจะต้องเทคอนกรีตเพิ่มให้ได้ตามระดับที่ต้องการ โดยปกติหัวเสาเข็มจะเผื่อระยะไว้สำหรับสกัดคอนกรีตที่มีสิ่งสกปรก ออกประมาณ 50 เซนติเมตร


8. ทำเสาเข็มต้นต่อไป
โดยต้องอยู่ห่างจากเสาเข็มที่เพิ่มทำเสร็จไปแล้ว ไม่น้อยกว่า 6 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลาง แต่หากไม่สามารถเลี่ยงได้ต้องทิ้งระยะเวลาให้เสาเข็มต้นดังกล่าวเซตตัว อย่างน้อย 24 ชั่วโมง และเมื่อทำครบทุกต้น ต้องทำความสะอาดและเคลียส์พื้นที่หน่วยงาน เพื่อให้ทีมงานก่อสร้างอื่น ๆ สามารถดำเนินงานต่อไปได้โดยสะดวก